119
29 มกราคม 2569

ไผ่กำลังกลายเป็นวัสดุก่อสร้างที่ช่วยลดคาร์บอนและตอบโจทย์โลกยุคที่ปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลายเป็นวาระระดับโลก เพราะวัสดุก่อสร้างอย่างเหล็ก คอนกรีต หรือแม้แต่ไม้จริง ล้วนมีรอยเท้าคาร์บอน (Carbon Footprint) ที่สูงอย่างน่าตกใจ การสร้างบ้านหนึ่งหลังหรืออาคารหนึ่งหลัง ไม่ได้แค่ใช้พลังงานและทรัพยากรจำนวนมหาศาล แต่ยังทิ้งมรดกคาร์บอนให้กับโลกไปอีกนับสิบปี ดังนั้นแนวคิดในการมองหาวัสดุใหม่ที่ทั้งแข็งแรง สวยงาม และช่วยลดคาร์บอน จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของวงการสถาปัตยกรรมและก่อสร้าง
และคำตอบนั้นอาจอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด นั่นคือ “ไผ่”
![]()
หลายคนอาจยังมองว่าไผ่เป็นเพียงวัสดุพื้นบ้าน ใช้ทำเครื่องจักสานหรือบ้านไม้ชั่วคราว แต่ความจริงแล้ว การพัฒนาเทคโนโลยี Strand Woven Bamboo (SWB) ได้ยกระดับไผ่จากพืชที่เติบโตเร็ว ให้กลายเป็น “ไม้แปรรูปวิศวกรรม” ที่มีคุณสมบัติทัดเทียมไม้เนื้อแข็งคุณภาพสูง และในหลายด้านกลับเหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็นความหนาแน่น ความแข็งแรง ความเสถียร หรือความทนทานต่อปลวกและสภาพอากาศ
สิ่งที่ทำให้ไผ่โดดเด่นไม่ใช่แค่เรื่องฟังก์ชัน แต่คือ “คุณค่าคาร์บอน” ที่ซ่อนอยู่ ทุกครั้งที่เราเลือกใช้ไผ่แทนวัสดุอื่น นั่นหมายถึงเรากำลัง “ชะลอ” หรือ “หลีกเลี่ยง” การปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ ตัวอย่างเช่น หากนำ SWB ไปใช้แทนไม้จริงหรือคอนกรีต ไผ่จะไม่เพียงแต่เก็บกักคาร์บอนที่ดูดซับมาระหว่างการเติบโต แต่ยังลดความจำเป็นในการผลิตวัสดุที่ปล่อยคาร์บอนสูงอย่างคอนกรีตและเหล็กด้วย งานวิจัยของ van der Lugt และ Rüter แสดงให้เห็นว่า การใช้ไม้หรือไผ่แทนวัสดุก่อสร้างทั่วไป สามารถช่วย “ชดเชย” การปล่อยคาร์บอนได้ในปริมาณมากจนกลายเป็นผลบวกสุทธิ (net carbon storage)
![]()
ยิ่งไปกว่านั้น ไผ่ยังเติบโตเร็วและตัดหมุนเวียนได้ทุก 4–5 ปี โดยไม่ทำลายระบบราก ไม่ต้องถางพื้นที่ใหม่ และยังช่วยดูดซับ CO₂ ได้มากกว่าต้นไม้หลายชนิดในช่วงการเจริญเติบโตแรกเริ่ม เรียกได้ว่าทุกครั้งที่ปลูกไผ่เพิ่ม ก็เหมือนสร้าง “โรงงานดูดคาร์บอนธรรมชาติ” ให้โลกไปในตัว
ดังนั้นการเลือกไผ่ในงานสถาปัตยกรรม ไม่ได้เป็นแค่การเลือกวัสดุ แต่คือการส่งสารชัดเจนถึงโลกว่า เราเชื่อในอนาคตที่ยั่งยืนกว่า เราสามารถสร้างอาคารที่สวยงาม แข็งแรง และทันสมัย โดยไม่ต้องแลกมาด้วยการทำลายสิ่งแวดล้อมหรือปล่อยคาร์บอนมหาศาล
เมื่อมองในภาพใหญ่ การใช้ไผ่ในระดับเมืองหรือประเทศ ไม่เพียงช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังสอดคล้องกับพันธสัญญาระดับโลกอย่าง Paris Agreement และ NDCs ที่หลายประเทศตั้งไว้ เพื่อลดคาร์บอนสุทธิในระยะยาว
![]()
สุดท้ายแล้ว “ไผ่” จึงไม่ได้เป็นเพียงวัสดุธรรมชาติอีกต่อไป แต่คือคำตอบใหม่ของโลกการก่อสร้าง ที่ทั้งนักออกแบบ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และผู้บริโภค สามารถเลือกได้วันนี้ เพื่ออนาคตที่เบากว่าคาร์บอน และยั่งยืนกว่าเดิม
หากคุณกำลังมองหาวัสดุก่อสร้างที่ยั่งยืนและสร้างคุณค่าในระยะยาว คลิก เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม