53
7 เมษายน 2569
![]()
การเดินป่าในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมพักผ่อนหรือการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติเท่านั้น หากแต่เป็นการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับระบบนิเวศ และตั้งคำถามสำคัญว่า เราจะเข้าไปใกล้ธรรมชาติได้แค่ไหน โดยไม่ทำให้ธรรมชาติต้องถอยออกไป เส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยปุย คือหนึ่งในพื้นที่ที่สะท้อนคำถามนี้ได้ชัดเจน และเบื้องหลังของเส้นทางดังกล่าว คือการทำงานร่วมกันของหลายภาคส่วน ภายใต้แนวคิดเดียวกันคือ “การอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเคารพ”
![]()
จากบทสนทนากับ คุณอธิป เมฆสถิตย์ ผู้ดูแลงานด้านความยั่งยืนของ EGCO Group โดยมูลนิธิไทยรักษ์ป่า ทำให้เราเห็นภาพของการทำงานที่ไม่ได้เริ่มจากการออกแบบโครงสร้าง แต่เริ่มจากการทำความเข้าใจธรรมชาติในฐานะ “ต้นทางของทุกอย่าง” “ธรรมชาติคือจุดเริ่มต้นของพลังงานและทรัพยากรทั้งหมด ถ้าต้นทางดี ปลายทางของชีวิตเราก็จะดีตามไปด้วย”
สำหรับคุณ อธิป ธรรมชาติไม่ใช่ฉากหลังของการพัฒนา แต่คือรากฐานของระบบชีวิต แนวคิดนี้เองที่ทำให้ EGCO Group ให้ความสำคัญกับการดูแลป่าต้นน้ำอย่างจริงจัง และก่อตั้งมูลนิธิไทยรักษ์ป่า เพื่อทำงานด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสร้างความเข้าใจเรื่องระบบนิเวศในพื้นที่สำคัญของประเทศ ทั้งในเชียงใหม่ ชัยภูมิ และนครศรีธรรมราช ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับแหล่งต้นน้ำและการใช้พลังงานในชีวิตประจำวันของผู้คน
ดอยปุยเป็นหนึ่งในพื้นที่ป่าต้นน้ำที่อยู่ใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่มากที่สุด ในขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่มีผู้คนเข้ามาใช้งานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนักท่องเที่ยว นักเดินป่า และชุมชนโดยรอบ การพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติในพื้นที่นี้จึงไม่ใช่การ “เปิดพื้นที่ใหม่” แต่คือการจัดการการใช้งานให้เหมาะสมและปลอดภัยมากขึ้น
![]()
คุณ อธิป อธิบายว่า เป้าหมายของโครงการไม่ใช่การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่คือการทำให้การเข้าถึงธรรมชาติเป็นไปอย่างมีกรอบ ลดผลกระทบต่อพื้นที่ และช่วยให้ผู้คนได้เรียนรู้ธรรมชาติอย่างเข้าใจมากขึ้น
หลังจากคัดเลือกพื้นที่แล้ว กระบวนการออกแบบเส้นทางเริ่มต้นขึ้น โดยทำงานร่วมกับอาจารย์จุลพร นันทพานิช ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเส้นทางธรรมชาติ แนวคิดหลักคือการลดการตัดต้นไม้ ลดการรบกวนหน้าดิน และยกโครงสร้างทางเดินออกจากพื้นดินให้มากที่สุด
![]()
การวางผังเส้นทาง การกำหนดจุดพัก จุดชมวิว และระยะทาง ล้วนผ่านการศึกษาทางนิเวศและการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยาน เพื่อให้เส้นทางยังคงกลมกลืนกับภูมิประเทศเดิม และไม่ฝืนธรรมชาติ
หนึ่งในความท้าทายสำคัญของโครงการ คือการเลือกวัสดุ เส้นทางดอยปุยอยู่ในพื้นที่ดอยสูงที่มีสภาพอากาศแปรปรวน มีทั้งความร้อน ความหนาว ฝน และความชื้นตลอดปี จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ไม้ธรรมชาติทั่วไปมักเสื่อมสภาพเร็ว บิด แตก และมีอายุการใช้งานค่อนข้างสั้น “เราเคยใช้ไม้จริงมาก่อน และเห็นข้อจำกัดของมันค่อนข้างชัด”

จากโจทย์นี้ ทีมงานจึงมองหาวัสดุที่ยังให้ความรู้สึกเป็นไม้จริง แต่ควบคุมคุณภาพได้ดีขึ้น และเหมาะกับการใช้งานภายนอกในระยะยาว ไม้พื้น VERDI ซึ่งพัฒนาจากไม้ไผ่แปรรูปเชิงวิศวกรรม จึงถูกนำมาพิจารณาในฐานะวัสดุทางเลือก ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความแข็งแรง ความสม่ำเสมอของแผ่นไม้ และแนวคิดด้านความยั่งยืนตั้งแต่กระบวนการปลูก “สิ่งที่รู้สึกได้ตั้งแต่แรกคือความแน่นของเนื้อไม้ และความสม่ำเสมอที่ทำให้คุมงานได้ง่ายขึ้น
![]()
หลังการติดตั้ง สิ่งที่ทีมงานสังเกตได้ชัดคือความแข็งแรงของไม้ รองรับการเดิน และการใช้งานที่มั่นคง รวมไปถึงการรองรับน้ำหนักที่ดีตลอดแนวเส้นทาง แม้จะอยู่ในพื้นที่ที่มีความชื้นสูงและสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

“เมื่อก้าวเดินแล้วรู้สึกมั่นคง รู้สึกแน่น และให้ความมั่นใจในการใช้งานจริง” สำหรับคุณเก็ท วัสดุที่ดีในพื้นที่ธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องโดดเด่นที่สุด แต่ต้องทำหน้าที่ของมันได้อย่างสม่ำเสมอ และปล่อยให้ธรรมชาติเป็นตัวเอกของพื้นที่
เส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยปุย ไม่ได้เป็นเพียงทางเดินในป่า แต่เป็นพื้นที่เรียนรู้ที่เชื่อมโยงคน เมือง และธรรมชาติเข้าด้วยกันอย่างพอดี
“บางอย่างในป่า ไม่ได้อธิบายได้ด้วยป้ายข้อมูล แต่ต้องใช้เวลาเดินไปกับมัน”

ท้ายที่สุด คุณ อธิป อยากชวนให้ทุกคนลองมา เยี่ยมชม และสัมผัสกับเส้นทางนี้ด้วยตัวเอง ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติในจังหวะที่ช้าลง ตั้งใจมากขึ้น และเปิดโอกาสให้ป่าเล่าเรื่องของมันในแบบที่เป็นจริงที่สุด
หากคุณกำลังมองหาวัสดุก่อสร้างที่เป็นธรรมชาติและตอบโจทย์การใช้งานในระยะยาว คลิก เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม