เพราะแค่วัสดุธรรมชาติยังไม่พอ บทสัมภาษณ์แนวคิดการออกแบบเส้นทางธรรมชาติ กับ อาจารย์จุลพันธ์ นันทะพานิช
รอบรู้เรื่องบ้าน

เพราะแค่วัสดุธรรมชาติยังไม่พอ บทสัมภาษณ์แนวคิดการออกแบบเส้นทางธรรมชาติ กับ อาจารย์จุลพันธ์ นันทะพานิช

50

7 เมษายน 2569

เพราะแค่วัสดุธรรมชาติยังไม่พอ บทสัมภาษณ์แนวคิดการออกแบบเส้นทางธรรมชาติ กับ อาจารย์จุลพันธ์ นันทะพานิช

เพราะแค่วัสดุธรรมชาติยังไม่พอ บทสัมภาษณ์แนวคิดการออกแบบเส้นทางธรรมชาติ กับ อาจารย์จุลพันธ์ นันทะพานิช

วัสดุที่มาจากธรรมชาติ ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับธรรมชาติเสมอไป

คำถามนี้คือจุดตั้งต้นของการออกแบบเส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยปุย พื้นที่ป่าต้นน้ำบนดอยสูงที่มีทั้งความเปราะบางของระบบนิเวศ และความคาดหวังจากผู้คนที่อยากเข้ามาสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

เพราะแค่วัสดุธรรมชาติยังไม่พอ บทสัมภาษณ์แนวคิดการออกแบบเส้นทางธรรมชาติ กับ อาจารย์จุลพันธ์ นันทะพานิช

แนวคิดการออกแบบเส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยปุย

อาจารย์จุลพันธ์ นันทะพานิช สถาปนิก จากป่าเหนือสตูดิโอ ผู้ออกแบบเส้นทางแห่งนี้ อธิบายอย่างเรียบง่ายว่า การออกแบบในพื้นที่แบบดอยปุยไม่อาจคิดแค่เรื่องความสวยงามหรือบรรยากาศได้ แต่ต้องคิดถึงการใช้งานจริง ความปลอดภัย และที่สำคัญที่สุดคือภาระที่การออกแบบจะทิ้งไว้ให้ธรรมชาติในระยะยาว

เพราะแค่วัสดุธรรมชาติยังไม่พอ บทสัมภาษณ์แนวคิดการออกแบบเส้นทางธรรมชาติ กับ อาจารย์จุลพันธ์ นันทะพานิช

“เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ไม่ใช่แค่ทำให้คนเดินได้ แต่ต้องทำให้ป่าอยู่ได้ด้วย”

ความงามที่ยั่งยืน เริ่มจากรอยเท้าที่ไม่ทำร้ายผืนป่า

เพราะแค่วัสดุธรรมชาติยังไม่พอ บทสัมภาษณ์แนวคิดการออกแบบเส้นทางธรรมชาติ กับ อาจารย์จุลพันธ์ นันทะพานิช

เส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยปุยมีระยะทางรวมประมาณ 3 กิโลเมตร เชื่อมโยงพื้นที่ป่าดิบเขา จุดชมวิว และแนวป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง แนวคิดหลักของการออกแบบคือทำอย่างไรให้เส้นทางนี้ใช้งานได้จริงสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ไม่กลายเป็นรอยแผลถาวรของผืนป่า

การออกแบบเส้นทางให้กลมกลืนกับระบบนิเวศ

อาจารย์จุลอธิบายว่า เส้นทางที่ดีไม่ควร “สะดุดตา” จนกลบธรรมชาติ แต่ก็ไม่ควรเปราะบางจนต้องซ่อมแซมซ้ำ ๆ เพราะการซ่อมบำรุงบ่อยครั้งหมายถึงการรบกวนพื้นที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งเป็นสิ่งที่ธรรมชาติบนดอยสูงรับภาระได้ยาก

เพราะแค่วัสดุธรรมชาติยังไม่พอ บทสัมภาษณ์แนวคิดการออกแบบเส้นทางธรรมชาติ กับ อาจารย์จุลพันธ์ นันทะพานิช

ความยั่งยืนในระยะยาว vs ความสวยระยะสั้น

“ความยั่งยืนในงานออกแบบ ไม่ได้อยู่ที่ความสวยในวันเปิดใช้งาน แต่อยู่ที่ว่าวันที่สิบหรือยี่สิบปีข้างหน้า เราต้องกลับมารื้อหรือไม่”

วัสดุธรรมชาติ ใช่ว่าจะเหมาะกับธรรมชาติเสมอไป

โดยทั่วไป เส้นทางศึกษาธรรมชาติมักเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ไม้จริงจากพื้นที่ท้องถิ่น เพื่อให้กลมกลืนกับบริบท แต่จากประสบการณ์ของอาจารย์จุล วัสดุเหล่านี้มีข้อจำกัดชัดเจนในพื้นที่ที่มีฝน ความชื้น และอุณหภูมิที่มีการเปลี่ยนแปลงสูงอยู่ตลอดเวลา อย่างดอยปุย

เพราะแค่วัสดุธรรมชาติยังไม่พอ บทสัมภาษณ์แนวคิดการออกแบบเส้นทางธรรมชาติ กับ อาจารย์จุลพันธ์ นันทะพานิช

ข้อจำกัดของไม้จริงในพื้นที่ชื้นและดอยสูง

ไม้จริงอาจให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติในช่วงแรก แต่มีอายุการใช้งานจำกัด เพียงประมาณ 3–5 ปี ก็เริ่มผุพัง หรือแตกหัก กลายเป็นภาระในการบำรุงรักษาของเจ้าหน้าที่อุทยาน และเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของผู้ใช้งาน

เพราะแค่วัสดุธรรมชาติยังไม่พอ บทสัมภาษณ์แนวคิดการออกแบบเส้นทางธรรมชาติ กับ อาจารย์จุลพันธ์ นันทะพานิช

“ไม้จริงสวยนะ แต่ถ้าต้องเปลี่ยนบ่อย ๆ เรากำลังเอาภาระไปวางไว้บนป่าและคนดูแล”

การเลือกวัสดุ คือการตัดสินใจเชิงจริยธรรม

ด้วยโจทย์นี้ ทีมออกแบบจึงมองหาวัสดุที่สามารถทดแทนไม้จริงได้ แต่ยังคงความกลมกลืนกับธรรมชาติ และลดภาระการดูแลในระยะยาว หนึ่งในวัสดุที่ถูกเลือกคือไม้ไผ่แปรรูปเชิงวิศวกรรม ไม้พื้น VERDI ซึ่งมีสัดส่วนวัสดุจากธรรมชาติสูง และผ่านกระบวนการการผลิตที่คิดมาอย่างดี ให้มีความแข็งแรงและทนทานมากขึ้น

เพราะแค่วัสดุธรรมชาติยังไม่พอ บทสัมภาษณ์แนวคิดการออกแบบเส้นทางธรรมชาติ กับ อาจารย์จุลพันธ์ นันทะพานิช

ไม้ไผ่แปรรูปกับแนวคิด material footprint

อาจารย์จุลมองว่าการเลือกใช้ไผ่ไม่ใช่เพราะเป็นวัสดุใหม่หรือดูทันสมัย แต่เพราะไผ่เป็นพืชที่เติบโตเร็ว สามารถชดเชยได้ในระยะเวลาสั้น และสอดคล้องกับแนวคิดเรื่องต้นทางของวัสดุ หรือ material footprint ที่นักออกแบบควรคำนึงถึง

เพราะแค่วัสดุธรรมชาติยังไม่พอ บทสัมภาษณ์แนวคิดการออกแบบเส้นทางธรรมชาติ กับ อาจารย์จุลพันธ์ นันทะพานิช

ความยั่งยืนตั้งแต่ต้นทางของวัสดุ

“ถ้าเราจะใช้วัสดุจากธรรมชาติ เราต้องรู้ว่ามันมาจากไหน และธรรมชาติจะได้อะไรกลับคืน”

ออกแบบให้ทน เพื่อไม่ต้องรบกวนธรรมชาติซ้ำ

ในโจทย์ของโครงการนี้ วัสดุที่เลือกใช้ต้องมีอายุการใช้งานมากกว่า 10 ปี เพื่อให้การใช้งานของเส้นทางต่อเนื่อง และลดความจำเป็นในการซ่อมแซมในอนาคต แม้ในระหว่างการใช้งานจะยังต้องมีการดูแลบ้างตามรอบเวลา แต่การไม่ต้องรื้อหรือเปลี่ยนวัสดุบ่อยครั้ง คือการลดผลกระทบต่อพื้นที่โดยตรง รูปลักษณ์ของวัสดุอาจไม่เหมือนไม้จริงทุกประการ แต่ยังอยู่ในระดับที่อาจารย์จุลมองว่า “ยอมรับได้” ในฐานะส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ เพราะสิ่งสำคัญกว่า คือความมั่นคง ความปลอดภัย และความต่อเนื่องของพื้นที่ธรรมชาติ

เพราะแค่วัสดุธรรมชาติยังไม่พอ บทสัมภาษณ์แนวคิดการออกแบบเส้นทางธรรมชาติ กับ อาจารย์จุลพันธ์ นันทะพานิช

“บางครั้ง การเลือกสิ่งที่อยู่ได้นานกว่า อาจอ่อนโยนกับธรรมชาติมากกว่าในระยะยาว” การออกแบบที่อยู่เหนือวัสดุ

สำหรับอาจารย์จุล วัสดุเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการออกแบบ สิ่งที่สำคัญกว่าคือวิธีคิดที่มองธรรมชาติเป็นระบบที่มีชีวิต ไม่ใช่ฉากหลังของการท่องเที่ยว เส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยปุยจึงไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงทางเดิน แต่เป็นพื้นที่เรียนรู้ ที่เชื่อมโยงคนกับป่าอย่างระมัดระวัง

เพราะแค่วัสดุธรรมชาติยังไม่พอ บทสัมภาษณ์แนวคิดการออกแบบเส้นทางธรรมชาติ กับ อาจารย์จุลพันธ์ นันทะพานิช

หากวัสดุธรรมชาติที่สวยงามกลับต้องแลกกับการซ่อมแซมซ้ำ ๆ การรบกวนพื้นที่ และภาระของคนดูแล นั่นอาจไม่ใช่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง ในทางกลับกัน วัสดุที่แข็งแรง ทนทาน และลดการรบกวนในระยะยาว อาจเป็นคำตอบที่ซื่อตรงต่อธรรมชาติมากกว่า

เส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยปุยจึงไม่ใช่แค่พื้นที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ แต่เป็นบทสนทนาระหว่างการออกแบบ ธรรมชาติ และความรับผิดชอบของมนุษย์ ที่ชวนให้ตั้งคำถามว่า เรากำลังทิ้งรอยเท้าแบบไหนไว้บนผืนป่า


หากคุณกำลังมองหาวัสดุก่อสร้างที่เป็นธรรมชาติ ตอบโจทย์การใช้งานในระยะยาว เพื่อความยั่งยืน คลิก เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม





แท็กที่เกี่ยวข้อง

;