หอพระไตรปิฎก วัดระฆัง ยลสถาปัตย์ไทยย่านวังหลัง ฝั่งธนบุรี
รอบรู้เรื่องบ้าน

หอพระไตรปิฎก วัดระฆัง ยลสถาปัตย์ไทยย่านวังหลัง ฝั่งธนบุรี

33

5 มิถุนายน 2569

ยลสถาปัตย์ไทย “หอพระไตรปิฎก” วัดระฆัง ย่านวังหลัง ฝั่งธนบุรี

“หอพระไตรปิฎก” ที่วัดระฆังโฆสิตารามวรวิหาร เป็นเรือนไทยโบราณอายุกว่าสองร้อยปีที่ยังคงความงามไว้ได้อย่างสมบูรณ์ สถานที่แห่งนี้จึงเป็นแหล่งศึกษาชั้นเลิศสำหรับคนรุ่นหลังที่สนใจในความงามของบ้านเรือนในสมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์
หอพระไตรปิฎก วัดระฆังโฆสิตารามวรวิหาร เรือนไทยโบราณ

ประวัติความเป็นมาของตำหนักจันทน์

หอพระไตรปิฎกนี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ตำหนักจันทน์” เดิมเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ตั้งแต่เมื่อครั้งรับราชการในสมัยกรุงธนบุรี ขณะยังเป็นพระราชวรินทร์ ตำแหน่งเจ้ากรมพระตำรวจนอกขวา เป็นเรือนเครื่องสับหลังคามุงจาก มีฝาสำหรวด กั้นห้องด้วยกระแชงเท่านั้น

จวบจนเมื่อรัชกาลที่ 1 เสด็จขึ้นครองราชย์ โปรดเกล้าฯ ให้ยกพระตำหนักเดิมไป ณ วัดระฆังฯ และมีพระราชประสงค์ให้เป็นหอพระไตรปิฎก จึงโปรดให้ปรับปรุงเป็นเรือนแฝดสามหลัง และใช้วัสดุที่คงทนมากขึ้น

ตำหนักจันทน์ วัดระฆัง สมัยกรุงธนบุรี


เรือนแฝดสามหลัง หอพระไตรปิฎก วัดระฆัง

ความวิจิตรของสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมไทย

ด้านงานสถาปัตยกรรมนั้นมีความงดงามมาก ไล่เรียงตั้งแต่ตัวเรือนที่ทำจากไม้จริง และพิเศษตรงที่ใช้ต่อเสาบากประกบกัน ด้วยการใช้สลักเหล็กแทนไม้เดือย

ฝาเรือนด้านนอกเป็นฝาปะกน ส่วนด้านในจะเป็นฝากระดานเรียบเสมอกัน และมีงานจิตรกรรม ซึ่งถ่ายทอดทั้งเรื่องราวทางพุทธศาสนาและวรรณคดี

สถาปัตยกรรมเรือนไทย ฝาปะกน


งานจิตรกรรม พุทธศาสนาและวรรณคดี

ส่วนหน้าต่างที่เป็นส่วนหนึ่งของฝาเรือนก็เป็นหน้าต่างไม้แผ่นใหญ่ มีที่จับตรงบานประตูด้านนอกเหมือนทรงเพชร หรือที่เรียกว่า “อกเลา” บานประตูมีงานศิลป์อันประณีตเป็น “ลายรดน้ำ” หน้าบันของตัวเรือนก็มีความงดงาม แม้จะบูรณะขึ้นใหม่แต่ก็ทำขนาดและลักษณะเหมือนของเดิม


หน้าต่างไม้ อกเลา บานประตูเรือนไทย


งานศิลป์ ลายรดน้ำ หน้าบันเรือนไทย


เอกลักษณ์ของหลังคาเรือนไทยโบราณ

สิ่งสุดท้ายคือ “หลังคา” อันเป็นหัวใจสำคัญของที่อยู่อาศัย หลังคาของหอพระไตรปิฎกนี้เป็นทรงจั่วสูง อันเป็นเอกลักษณ์ของเรือนไทยโบราณภาคกลาง มุงด้วยกระเบื้องดินเผาเกล็ดปลาหรือกระเบื้องดินเผาหางมน ตรงมุมซ้ายขวาบนหลังคาปรากฏปูนปั้นรูปผีเสื้อ

หลังคาทรงจั่วสูง เรือนไทยโบราณภาคกลาง


กระเบื้องดินเผาเกล็ดปลา ปูนปั้นรูปผีเสื้อ

ปลายชายคามุงด้วยกระเบื้องดินเผาที่เรียกว่า “กระเบื้องกระจังเทพประนม” เรียงรายไปตลอดแนว นอกจากช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับอาคารแล้ว ยังมีประโยชน์เพื่อป้องกันน้ำฝนสาดเข้าตัวบ้าน รวมถึงป้องกันความชื้นที่สามารถทำลายโครงสร้างไม้อีกด้วย กระเบื้องกระจังเทพประนมเป็นอีกหนึ่งความพิเศษของเรือนหลังนี้ เพราะไม่ค่อยปรากฏในเรือนไทยหลังอื่นเท่าใดนัก

กระเบื้องกระจังเทพประนม


คันทวยรูปนาค งานแกะสลักเรือนไทย
ถัดลงมาด้านใต้ของชายคา จะมีคันทวยเป็นรูปนาครับโครงสร้างชายคาตลอดทุกเสา เป็นงานแกะสลักอันวิจิตรงดงาม

นี่คือความงามของ “หอพระไตรปิฎก” แห่งวัดระฆังฯ ที่แม้เวลาจะล่วงเลยกว่า 200 ปี แต่เรือนโบราณแห่งนี้ก็ยังได้รับการอนุรักษ์และคงความงามอันเป็นเอกลักษณ์ให้คนรุ่นหลังได้ชมจวบจนปัจจุบัน

การดำรงไว้ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า คือสิ่งที่หลังคาเซรามิก EXCELLA จาก SCG ให้ความสำคัญและภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมสืบสานสุนทรียภาพแห่งสถาปัตยกรรมไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบวัสดุที่เปี่ยมด้วยความแข็งแกร่ง และคงสีสันงามสง่าที่อยู่เหนือกาลเวลา เพื่อถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งงานช่างไทยจากรุ่นสู่รุ่น

EXCELLA งดงามเหนือกาลเวลา


EXCELLA งดงามเหนือกาลเวลา
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://bit.ly/4dLTTKA

แท็กที่เกี่ยวข้อง

;