ยลสถาปัตย์ไทย “หอพระไตรปิฎก” วัดระฆัง ย่านวังหลัง ฝั่งธนบุรี
“หอพระไตรปิฎก”
ที่วัดระฆังโฆสิตารามวรวิหาร เป็นเรือนไทยโบราณอายุกว่าสองร้อยปีที่ยังคงความงามไว้ได้อย่างสมบูรณ์ สถานที่แห่งนี้จึงเป็นแหล่งศึกษาชั้นเลิศสำหรับคนรุ่นหลังที่สนใจในความงามของบ้านเรือนในสมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์
ประวัติความเป็นมาของตำหนักจันทน์
หอพระไตรปิฎกนี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า
“ตำหนักจันทน์”
เดิมเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ตั้งแต่เมื่อครั้งรับราชการในสมัยกรุงธนบุรี ขณะยังเป็นพระราชวรินทร์ ตำแหน่งเจ้ากรมพระตำรวจนอกขวา เป็นเรือนเครื่องสับหลังคามุงจาก มีฝาสำหรวด กั้นห้องด้วยกระแชงเท่านั้น
จวบจนเมื่อรัชกาลที่ 1 เสด็จขึ้นครองราชย์ โปรดเกล้าฯ ให้ยกพระตำหนักเดิมไป ณ วัดระฆังฯ และมีพระราชประสงค์ให้เป็นหอพระไตรปิฎก จึงโปรดให้ปรับปรุงเป็นเรือนแฝดสามหลัง และใช้วัสดุที่คงทนมากขึ้น
ความวิจิตรของสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมไทย
ด้านงานสถาปัตยกรรมนั้นมีความงดงามมาก ไล่เรียงตั้งแต่ตัวเรือนที่ทำจากไม้จริง และพิเศษตรงที่ใช้ต่อเสาบากประกบกัน ด้วยการใช้สลักเหล็กแทนไม้เดือย
ฝาเรือนด้านนอกเป็นฝาปะกน ส่วนด้านในจะเป็นฝากระดานเรียบเสมอกัน และมีงานจิตรกรรม ซึ่งถ่ายทอดทั้งเรื่องราวทางพุทธศาสนาและวรรณคดี
ส่วนหน้าต่างที่เป็นส่วนหนึ่งของฝาเรือนก็เป็นหน้าต่างไม้แผ่นใหญ่ มีที่จับตรงบานประตูด้านนอกเหมือนทรงเพชร หรือที่เรียกว่า “อกเลา” บานประตูมีงานศิลป์อันประณีตเป็น “ลายรดน้ำ” หน้าบันของตัวเรือนก็มีความงดงาม แม้จะบูรณะขึ้นใหม่แต่ก็ทำขนาดและลักษณะเหมือนของเดิม
เอกลักษณ์ของหลังคาเรือนไทยโบราณ
สิ่งสุดท้ายคือ “หลังคา” อันเป็นหัวใจสำคัญของที่อยู่อาศัย หลังคาของหอพระไตรปิฎกนี้เป็นทรงจั่วสูง อันเป็นเอกลักษณ์ของเรือนไทยโบราณภาคกลาง มุงด้วยกระเบื้องดินเผาเกล็ดปลาหรือกระเบื้องดินเผาหางมน ตรงมุมซ้ายขวาบนหลังคาปรากฏปูนปั้นรูปผีเสื้อ
ปลายชายคามุงด้วยกระเบื้องดินเผาที่เรียกว่า
“กระเบื้องกระจังเทพประนม”
เรียงรายไปตลอดแนว นอกจากช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับอาคารแล้ว ยังมีประโยชน์เพื่อป้องกันน้ำฝนสาดเข้าตัวบ้าน รวมถึงป้องกันความชื้นที่สามารถทำลายโครงสร้างไม้อีกด้วย กระเบื้องกระจังเทพประนมเป็นอีกหนึ่งความพิเศษของเรือนหลังนี้ เพราะไม่ค่อยปรากฏในเรือนไทยหลังอื่นเท่าใดนัก
ถัดลงมาด้านใต้ของชายคา จะมีคันทวยเป็นรูปนาครับโครงสร้างชายคาตลอดทุกเสา เป็นงานแกะสลักอันวิจิตรงดงาม
นี่คือความงามของ “หอพระไตรปิฎก” แห่งวัดระฆังฯ ที่แม้เวลาจะล่วงเลยกว่า 200 ปี แต่เรือนโบราณแห่งนี้ก็ยังได้รับการอนุรักษ์และคงความงามอันเป็นเอกลักษณ์ให้คนรุ่นหลังได้ชมจวบจนปัจจุบัน
การดำรงไว้ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า คือสิ่งที่หลังคาเซรามิก EXCELLA จาก SCG ให้ความสำคัญและภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมสืบสานสุนทรียภาพแห่งสถาปัตยกรรมไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบวัสดุที่เปี่ยมด้วยความแข็งแกร่ง และคงสีสันงามสง่าที่อยู่เหนือกาลเวลา เพื่อถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งงานช่างไทยจากรุ่นสู่รุ่น