140
18 พฤษภาคม 2569
“เรือนไทย”
หรือบ้านไทย คือสิ่งปลูกสร้างสำหรับอยู่อาศัย ที่ผ่านการคิด ออกแบบ และก่อสร้างให้สอดคล้องกับคนไทย ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ความรู้หรือมรดกทางภูมิปัญญาที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน
ในอดีตที่อยู่อาศัยของคนไทยมักสร้างด้วยไม้ ไม่ว่าจะเป็นไม้เนื้อแข็ง หรือไม้ไผ่ เพราะดินแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยทรัพยากรป่าไม้ คนไทยจึงดำเนินชีวิตท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ พร้อมกันนั้นก็เข้าใจธรรมชาติและรู้จักใช้ประโยชน์ของไม้แต่ละชนิด ไม้และไม้ไผ่จึงกลายเป็นวัสดุหลักที่ใช้สร้างที่อยู่อาศัยในแทบทุกองค์ประกอบ
ช่างไทยไม่เพียงชำนาญงานไม้เท่านั้น แต่ยังใช้องค์ความรู้ในด้านสภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และวิถีชีวิต ตลอดจนคติความเชื่อของผู้คน มารังสรรค์เป็นเรือนเครื่องไม้ที่ใช้ประโยชน์สำหรับอยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ และต่อมาก็วิวัฒนาการเป็นเรือนไทยอันวิจิตรงดงามอีกด้วย
ภาพ : เรือนเครื่องผูกที่อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี (ภาพจาก หนังสือ : เรือนไทย)
ส่วนเรือนเครื่องสับจะสร้างจากไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ แปรรูปเป็นองค์ประกอบต่าง ๆ ด้วยเครื่องมือผ่า “สับ” และออกแบบแต่ละชิ้นส่วนให้สามารถยึดติดกันด้วยการเข้าลิ้น จึงมีความแข็งแรงมั่นคงกว่าเรือนเครื่องผูก

ภาพ : เรือนเครื่องสับ ศูนย์ส่งเสริมวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ภาพจาก หนังสือ : เรือนไทย)
• จันทัน ไม้ที่วางพาดระหว่างอะเสกับอกไก่ ความชันขึ้นอยู่กับความกว้างของขื่อ กับความสูงของดั้ง ปลายจันทันสองข้างมักทอดยาวออกไปเพื่อรับชายคา จันทันจะคอยรับน้ำหนักจากหลังคาแล้วถ่ายลงมาที่ดั้งกับขื่อ หากระยะเสาห่างกันมาก จะเพิ่มจันทันระหว่างช่วงเสาให้ช่วยรับน้ำหนักได้ดีขึ้น

• แป
ไม้ที่วางพาดบนจันทันในแนวนอน ยาวขนานอกไก่ไปตลอดตัวเรือน มีหลายชั้น ไล่ระดับกันตามความสูงของหลังคา ด้านล่างสุดเรียก “แปหัวเสา” จะยึดกับเสาเรือน ขื่อ และจันทัน ส่วนแปที่อยู่ถัดขึ้นไปจะเรียกว่า “แปลาน”
• กลอน
ไม้ที่วางขวางพาดแปเป็นระยะ ๆ เพื่อรับไม้ระแนง ที่รองรับกระเบื้องหลังคาอีกทีหนึ่ง
• ระแนง ไม้หน้าตัดสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก พาดยาวขนานความยาวของหลังคา วางเป็นระยะ ๆ ตามขนาดกระเบื้อง ทำหน้าที่ถ่ายน้ำหนักกระเบื้องหลังคาลงสู่กลอน

• หลังคา
ส่วนบนสุดของเรือน คือวัสดุประกอบกันเป็นผืน หรือวัสดุมุงที่กันแดดกันฝนให้กับตัวเรือน สามารถเลือกใช้วัสดุได้หลายอย่าง เช่น จาก แฝก หญ้าคา กระเบื้องดินเผา และกระเบื้องเคลือบ เป็นต้น
การเลือกวัสดุมุงหลังคาขึ้นอยู่กับความสะดวกของเจ้าของ ในอดีตเรือนชาวบ้านมักมุงด้วยวัสดุหาง่ายอย่าง จาก แฝก หรือหญ้าคา นำมาแผ่แล้วจัดเย็บเป็นตับ ใช้ไม้ไผ่เป็นแกน มุงซ้อนกันหลาย ๆ ชั้นให้แน่นพอกันน้ำฝนและแสงแดดได้ ช่วยระบายความร้อนใต้หลังคา ถ่ายเทอากาศ และน้ำหนักเบา แต่มีข้อเสียคือไม่ทนแดดทนฝน ไม่ค่อยสวยงาม และยังติดไฟง่าย
“กระเบื้อง” จึงมีคุณสมบัติในหลายด้านดีกว่า ทั้งลดโอกาสน้ำรั่วซึม ติดไฟยาก และเป็นฉนวนความร้อนกันไม่ให้ไอแดดแผ่เข้ามาภายในตัวเรือน
นอกจากนี้ ยังมีองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้องกับหลังคาอีก ได้แก่
• ปั้นลม
แผ่นไม้ที่ปิดชายคาด้านสกัด หรือด้านหัวเรือน ท้ายเรือน ป้องกันลมตีวัสดุมุงหลังคา
• หน้าจั่ว
แผงไม้สามเหลี่ยมปิดโพรงหลังคาด้านสกัด สำหรับป้องกันแดด ลม และฝน
• กันสาด
ส่วนหลังคาที่ลดระดับความชัน ยื่นออกไปรอบตัวเรือนเพื่อกันแดดและฝน

• เชิงชาย กับตะพานหนู/สะพานหนู แผ่นไม้แนวตั้งและนอนตามลำดับ ณ ปลายสุดของชายคา ช่วยรับส่วนยื่นของกระเบื้อง ทำให้น้ำฝนไหลพุ่งออกด้านนอก ลดความเสี่ยงไม่ให้องค์ประกอบของหลังคาที่เป็นไม้เปียกชื้น
ทั้งนี้ เรือนเครื่องผูกอาจมีโครงหลังคาที่ไม่ซับซ้อนเท่ากับเรือนเครื่องสับ แต่ไม่ว่าอย่างไร เรือนของคนไทยในอดีตมักจะไม่นิยมทำฝ้าหรือเพดาน ซึ่งจะเพิ่มน้ำหนักและความยุ่งยากในการก่อสร้างโดยไม่จำเป็น
ด้วยองค์ประกอบโครงสร้างหลังคาเหล่านี้จึงทำให้เห็นว่า เรือนไทยหรือบ้านไทยมักทำในส่วนของหลังคาเป็นหน้าจั่วทรงสูงและมีชายคายื่นยาว ซึ่งไม่เพียงส่งเสริมความงามทางสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังสนองประโยชน์ใช้สอยเพื่อความเป็นอยู่ที่สุขสบายของผู้อยู่อาศัยหลายประการ ได้แก่
1. ระบายอากาศร้อน
รูปทรงหลังคาช่วยระบายอากาศร้อนที่จะลอยตัวขึ้นที่สูงและอยู่ในช่องระหว่างหลังคา ยิ่งพื้นที่จากระยะห่างและความชันของหลังคามีมาก การถ่ายเทความร้อนลงมาสู่ภายในห้องก็ยิ่งช้าลง อากาศเย็นจึงลอยต่ำลง ทำให้บ้านเรือนเย็นสบายขึ้นนั่นเอง
2. ป้องกันแสงแดดจ้า
โดยเฉพาะแสงแดดยามเช้าและบ่าย กับช่วงที่พระอาทิตย์เปลี่ยนมุมในฤดูหนาว รูปแบบหลังคาที่มีชายคาและกันสาดยื่นยาวจะช่วยป้องกันไม่ให้ความร้อนเผาตัวเรือน และทำให้ภายในตัวเรือนเย็นสบาย
3. ป้องกันน้ำฝน
ความชันของหลังคาทำให้น้ำฝนไหลลงอย่างรวดเร็ว ไม่รั่วซึมตามร่องหรือช่องว่างระหว่างวัสดุมุงหลังคา ยิ่งชายคายื่นยาวออกไปมากเท่าใด ก็ยิ่งช่วยกันไม่ให้ฝนสาดใส่ตัวเรือนตรง ๆ อีกด้วย
แม้ในยุคหลัง ๆ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 เป็นต้นมา การสร้างบ้านเรือนในไทยจะได้รับอิทธิพลจากจีนและฝรั่งมากขึ้นตามลำดับ รวมถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป จนทำให้เกิดอาคารรูปแบบใหม่ ๆ แต่องค์ประกอบของโครงสร้างหลังคาก็แทบไม่แตกต่างไปจากเดิมมากนัก
อย่างหลังคาทรงจั่วที่ยังต้องมีขื่อ ดั้ง จันทัน และแป นี่จึงสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของช่างไทย ที่เกิดจากการเรียนรู้ ลองผิดลองถูกจนชำนาญ สืบทอดผ่านกาลสมัยจากรุ่นสู่รุ่น และยังพัฒนาปรับปรุงอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้บ้านได้รับการปกป้องให้ดีที่สุด

ภาพ : เรือนทับขวัญ จังหวัดนครปฐม บ้านเรือนไทยแบบทวารวดี ถ่ายแบบจากพระตำหนักทับขวัญ (ภาพจาก หนังสือ : เรือนไทย)
เช่นเดียวกับปราการด่านแรกของโครงสร้างหลังคา นั่นคือ “กระเบื้องหลังคา” ส่วนสำคัญที่พิทักษ์รักษาทุกอย่างภายใต้แผ่นกระเบื้องให้มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย ทั้งยังทำหน้าที่เปรียบเสมือนอัญมณีประดับมงกุฎ ช่วยเพิ่มความสง่างามให้แก่อาคารบ้านเรือน
การเลือกใช้กระเบื้องจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งผลิตภัณฑ์กระเบื้องหลังคาของ SCG ตอบโจทย์ได้อย่างครบครัน ด้วยวัสดุหลากหลายประเภทที่เหมาะกับหลังคาทุกรูปทรง พร้อมเฉดสีที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบความงดงามที่ลงตัวให้กับบ้านเรือนของคนไทยทุกสไตล์
โดยเฉพาะ
หลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่น เอ็กซ์เซลล่า
ที่สะท้อนความเหนือระดับของงานสถาปัตยกรรม ด้วยเอกลักษณ์แห่งความสง่างาม ผิวสัมผัสอันประณีต สีสันคงทนไม่ซีดจางง่าย พร้อมคุณสมบัติแข็งแกร่งทนทานต่อทุกสภาพอากาศ จึงเป็นมากกว่าวัสดุมุงหลังคา แต่คือการลงทุนเพื่อคุณค่าและความงามที่ยืนยาวเหนือกาลเวลา
คุณภาพอัดแน่นของกระเบื้องหลังคา SCG จึงเป็นสิ่งที่มั่นใจได้ว่าจะทำหน้าที่พิทักษ์รักษาหลังคาบ้าน ดุจปราการที่ปกป้องตัวเรือน พร้อมเติมเต็มความภูมิฐานให้บ้านคงความสง่างามไปตราบนานเท่านาน