เมื่อ “ไม้พื้น VERDI” เติบโตไปพร้อมเวลา
ความงามที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล และการดูแลที่ทำให้พื้นไม้คงเสน่ห์ได้นาน
โลกของวัสดุปูพื้นภายนอกเปลี่ยนเร็วขึ้นทุกปี ทั้งจากสภาพอากาศที่ผันผวน ความชื้นที่สูงขึ้นในบางพื้นที่ และความต้องการวัสดุที่ทั้ง “ใช้งานได้จริง” และ “ดูดีได้ต่อเนื่อง” ทำให้หลายคนเริ่มมองหาพื้นไม้ที่อยู่กับเวลาได้ดี ไม่ใช่แค่สวยช่วงติดตั้งใหม่ แต่ยังดูแลง่ายและคุมคุณภาพงานได้ในระยะยาว
ไม้พื้น VERDI จึงเป็นอีกทางเลือกของงานพื้นภายนอก สำหรับคนที่ชอบลุคไม้ธรรมชาติ แต่ต้องการวัสดุที่มีความเสถียรสูงกว่าไม้ทั่วไป และมีแนวทางการดูแลที่ชัดเจน
4 แก่นสำคัญของ ไม้พื้น VERDI
1.โทนสีที่ค่อย ๆ เปลี่ยนอย่างละมุนตามเวลา
2.Oil Treatment ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานและคุมโทนสี
3.ผิวเสี้ยนไผ่ธรรมชาติที่สวยและรองรับการใช้งานจริง
4.ความเสถียรที่เหมาะกับงานภายนอกในสภาพแวดล้อมจริง
1) สีที่ค่อย ๆ เปลี่ยน…เพราะวัสดุธรรมชาติไม่หยุดนิ่ง
เสน่ห์ของไม้พื้นภายนอก คือ “สี” ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปเมื่อเจอแดด ฝน และฤดูกาล ซึ่งสำหรับหลายคน ความเปลี่ยนนี้ไม่ใช่ความเสื่อม แต่เป็นเสน่ห์ของวัสดุธรรมชาติที่มีชีวิต เผยให้เห็นรายละเอียดของสัจจะวัสดุ ที่เกิดจากไม้จริง
โทนสีที่เปลี่ยนไปตามธรรมชาติของไม้ไผ่อัด
ไม้พื้น VERDI ผลิตจากเสี้ยนไผ่แบบวิศวกรรม (Strand Woven Bamboo) เป็นวัสดุจากธรรมชาติมากกว่า 90% และใช้การเคลือบสีแบบ Oil ช่วยให้โทนสีดูละมุนและสม่ำเสมอใกล้เคียงไม้ธรรมชาติ ทำให้เมื่อนำไปใช้งานจึงดูสมจริง ไม่แตกต่างจากไม้ธรรมชาติ สวยกลมกลืนกว่าวัสดุทดแทนไม้อื่นๆ
อย่างไรก็ตาม สีของไม้ภายนอกย่อมมีการเปลี่ยนแปลง หรือซีดจางลงบ้างตามธรรมชาติ โดยทั่วไปอาจเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงประมาณเดือนที่ 6–8 (หรืออาจเร็วกว่านั้นในพื้นที่ฝนตกชุกหรือพื้นที่ใกล้ทะเล) การดูแลรักษาไม้พื้นด้วย Oil ที่มี pigment จะช่วยคุมโทนและชะลอการเปลี่ยนแปลงของสีและผิวของไม้ได้ดีขึ้น
พื้นที่ใช้งานที่เหมาะกับไม้พื้น VERDI
เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน เช่น ระเบียงกลางแจ้ง ทางเดิน ลานอเนกประสงค์ หรือโซนที่ต้องการภาพรวมอบอุ่นแบบไม้ธรรมชาติ
2) Oil Treatment ขั้นตอนเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ไม้พื้นสวยและอยู่กับงานได้นาน
แม้ ไม้พื้น VERDI จะมีความเสถียรสูง แต่การทา Oil ที่ถูกวิธีถือเป็นหัวใจของการดูแลพื้นไม้ภายนอก เพราะช่วยทั้งด้านความสวยและความทนต่อสภาพอากาศ
บทบาทของ Oil ต่อการดูแลไม้พื้นภายนอก
• ช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงของผิวและโทนสี
• ลดโอกาสเกิดรอยแตกเล็ก ๆ บนผิว
• ช่วยให้ผิวไม้ “หายใจ” ได้อย่างสมดุล
• ลดการซึมน้ำบริเวณผิว
แนวทางการทา Oil อย่างถูกวิธี
1. คนและกรอง ให้เนื้อ Oil และเม็ดสีสม่ำเสมอ
2. ทาบาง ๆ ทีละแผ่น เพื่อลดการกองสีและทำให้สีเสมอกัน
3. พยายามปาดสีไปมา เพื่อให้สีลงในเนื้อไม้ให้มากที่สุด และเอาสีส่วนเกินออกภายในประมาณ 20 นาที เพื่อลดความเหนียวและช่วยให้แห้งทั่ว
4. ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง 6 ชม. หรือ 1 คืน ถ้าเฉดยังอ่อนเกินไป ทำซ้ำอีกครั้ง
5. ทำซ้ำทุก 6–8 เดือน หรืออย่างน้อยปีละครั้ง (ขึ้นกับสภาพแวดล้อมและพื้นที่ใช้งาน)
6. หลีกเลี่ยงวันที่ความชื้นสูงมากหรือเพิ่งฝนตก ควรรอให้ไม้แห้งในระดับที่เหมาะสมก่อน
อายุการใช้งานและการดูแลระยะยาว
เคล็ดลับเล็ก ๆ ที่ช่วยให้งานเนียนขึ้น: ทาให้ต่อเนื่องทั้งแผ่น (ไม่ทิ้งช่วง), ปัดแปรงให้สม่ำเสมอ และระวังไม่ให้ Oil กองหนาจนเกิดสีเข้มเป็นปื้น
เมื่อดูแลตามรอบอย่างสม่ำเสมอ ไม้พื้น VERDI สามารถใช้งานได้มากกว่า 20 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะเมื่อมีการติดตั้งและดูแลตามคู่มือการติดตั้ง หรือข้อแนะนำต่างๆ
3) ผิวเสี้ยนไผ่ธรรมชาติ: สวย ตามสัจจะวัสดุ และรองรับการใช้งานจริง
ลวดลายและผิวสัมผัสจากเสี้ยนไผ่ธรรมชาติ
ผิวของ ไม้พื้น VERDI เกิดจากเส้นใยไผ่จริงที่ถูกอัดแน่นด้วยกระบวนการวิศวกรรม จึงยังคงลวดลายและสัมผัสแบบวัสดุธรรมชาติ ไม่หลอกตา และเหมาะกับงานดีไซน์ที่ต้องการความอบอุ่นร่วมสมัย
ความแข็งแรงและความทนทานต่อการใช้งาน
ด้วยโครงสร้างที่อัดแน่น ช่วยลดการเปิดของเสี้ยนได้ดี และค่าความแข็ง (Hardness) ที่สูง ทำให้ลดรอยขีดข่วนจากการใช้งานประจำวันได้มากขึ้น เหมาะกับพื้นที่ที่มีการใช้งานถี่ เช่น ระเบียงพักผ่อน ทางเดินสาธารณะ โซนกิจกรรม หรือโครงการที่ต้องการพื้นผิวไม้ที่ทนการใช้งานจริง
4) ความเสถียรเชิงมิติ: ออกแบบมาเพื่อสภาพแวดล้อมจริง
หนึ่งในปัญหาหลักของพื้นไม้ภายนอกคือการยืดหด โก่ง หรือบิดตัวเมื่อเจอความชื้นและอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปตลอดปี ซึ่งอาจทำให้เกิดร่องเปิด ผิวไม่เสมอ หรือเกิดปัญหาในการใช้งานระยะยาว

ไม้พื้น VERDI ถูกออกแบบมาเพื่อลดปัญหาเหล่านี้ โดยมีตัวเลขสำคัญที่ช่วยอธิบายคุณสมบัติได้ชัดเจน เช่น
• Dimension Stability ประมาณ ~0.02% ช่วยลดปัญหายืดหดตัว หรือโก่งบิดในงานกลางแจ้ง
• ค่า Moisture Content ต่ำกว่าไม้จริงประมาณ 31% และต่ำกว่าไฟเบอร์ซีเมนต์ประมาณ 30% จึงเหมาะกับงานพื้นภายนอกที่ใกล้กับน้ำ เช่น ริมสระน้ำ หรือบริเวณที่มีความชื้นอยู่เสมอ
• ผ่านการทดสอบด้านการหน่วงการลื่นระดับ R10 ขึ้นไป เหมาะกับโซนเปียกหรือมีละอองน้ำ เช่น พื้นรอบสระ หรือพื้นที่ที่ต้องระวังการลื่น
• มีคุณสมบัติด้านการทนไฟระดับ Bfl-s1 (EN 13501-1) และเทียบเท่า Class A (ASTM E84) สำหรับงานอาคารสาธารณะ

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ไม้พื้น VERDI จึงเหมาะกับงานภายนอกหลากหลายพื้นที่ เช่น พื้นรอบสระ ริมสระ ทางเดินกลางแจ้ง ระเบียง เด็ค หรือพื้นที่ที่มีความชื้นสูง
หมายเหตุเรื่องเชื้อราและการดูแลพื้นผิว
วัสดุมีคุณสมบัติต้านเชื้อรา/แมลง/แบคทีเรียในเชิงโครงสร้าง เชื้อราจึงไม่ลงไปทำลายเนื้อไม้ได้ง่าย แต่หากปล่อยให้ผิวสกปรกและชื้นเป็นเวลานาน ก็อาจเกิดเชื้อราบนผิวได้ตามธรรมชาติ ซึ่งสามารถทำความสะอาด ขัด (ด้วยแปรงพลาสติก) และลง Oil ตามขั้นตอนที่แนะนำได้
สรุป: ไม้พื้นภายนอกที่ “ไปกับเวลา” ได้อย่างมั่นใจ
ถ้าคุณชอบลุคไม้ธรรมชาติ แต่ต้องการวัสดุที่มีความเสถียรสูง ดูแลง่าย และใช้งานภายนอกได้จริง ไม้พื้น VERDI เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์
หากคุณกำลังมองหาไม้พื้นภายนอกที่มั่นใจได้ว่าจะยังคงสวยตามธรรมชาติ แม้ระยะเวลาจะผ่านไป
คลิก เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม