เมื่อ “ไม้พื้น VERDI” เติบโตไปพร้อมเวลา
รอบรู้เรื่องบ้าน

เมื่อ “ไม้พื้น VERDI” เติบโตไปพร้อมเวลา

13

10 มิถุนายน 2569

เมื่อ “ไม้พื้น VERDI” เติบโตไปพร้อมเวลา

ไม้พื้น VERDI เติบโตไปพร้อมเวลา

ความงามที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล และการดูแลที่ทำให้พื้นไม้คงเสน่ห์ได้นาน

โลกของวัสดุปูพื้นภายนอกเปลี่ยนเร็วขึ้นทุกปี ทั้งจากสภาพอากาศที่ผันผวน ความชื้นที่สูงขึ้นในบางพื้นที่ และความต้องการวัสดุที่ทั้ง “ใช้งานได้จริง” และ “ดูดีได้ต่อเนื่อง” ทำให้หลายคนเริ่มมองหาพื้นไม้ที่อยู่กับเวลาได้ดี ไม่ใช่แค่สวยช่วงติดตั้งใหม่ แต่ยังดูแลง่ายและคุมคุณภาพงานได้ในระยะยาว

ไม้พื้น VERDI จึงเป็นอีกทางเลือกของงานพื้นภายนอก สำหรับคนที่ชอบลุคไม้ธรรมชาติ แต่ต้องการวัสดุที่มีความเสถียรสูงกว่าไม้ทั่วไป และมีแนวทางการดูแลที่ชัดเจน

4 แก่นสำคัญของ ไม้พื้น VERDI

1.โทนสีที่ค่อย ๆ เปลี่ยนอย่างละมุนตามเวลา
2.Oil Treatment ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานและคุมโทนสี
3.ผิวเสี้ยนไผ่ธรรมชาติที่สวยและรองรับการใช้งานจริง
4.ความเสถียรที่เหมาะกับงานภายนอกในสภาพแวดล้อมจริง

1) สีที่ค่อย ๆ เปลี่ยน…เพราะวัสดุธรรมชาติไม่หยุดนิ่ง

เสน่ห์ของไม้พื้นภายนอก คือ “สี” ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปเมื่อเจอแดด ฝน และฤดูกาล ซึ่งสำหรับหลายคน ความเปลี่ยนนี้ไม่ใช่ความเสื่อม แต่เป็นเสน่ห์ของวัสดุธรรมชาติที่มีชีวิต เผยให้เห็นรายละเอียดของสัจจะวัสดุ ที่เกิดจากไม้จริง

โทนสีที่เปลี่ยนไปตามธรรมชาติของไม้ไผ่อัด

ไม้พื้น VERDI ผลิตจากเสี้ยนไผ่แบบวิศวกรรม (Strand Woven Bamboo) เป็นวัสดุจากธรรมชาติมากกว่า 90% และใช้การเคลือบสีแบบ Oil ช่วยให้โทนสีดูละมุนและสม่ำเสมอใกล้เคียงไม้ธรรมชาติ ทำให้เมื่อนำไปใช้งานจึงดูสมจริง ไม่แตกต่างจากไม้ธรรมชาติ สวยกลมกลืนกว่าวัสดุทดแทนไม้อื่นๆ

อย่างไรก็ตาม สีของไม้ภายนอกย่อมมีการเปลี่ยนแปลง หรือซีดจางลงบ้างตามธรรมชาติ โดยทั่วไปอาจเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงประมาณเดือนที่ 6–8 (หรืออาจเร็วกว่านั้นในพื้นที่ฝนตกชุกหรือพื้นที่ใกล้ทะเล) การดูแลรักษาไม้พื้นด้วย Oil ที่มี pigment จะช่วยคุมโทนและชะลอการเปลี่ยนแปลงของสีและผิวของไม้ได้ดีขึ้น

พื้นที่ใช้งานที่เหมาะกับไม้พื้น VERDI

เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน เช่น ระเบียงกลางแจ้ง ทางเดิน ลานอเนกประสงค์ หรือโซนที่ต้องการภาพรวมอบอุ่นแบบไม้ธรรมชาติ

2) Oil Treatment ขั้นตอนเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ไม้พื้นสวยและอยู่กับงานได้นาน

แม้ ไม้พื้น VERDI จะมีความเสถียรสูง แต่การทา Oil ที่ถูกวิธีถือเป็นหัวใจของการดูแลพื้นไม้ภายนอก เพราะช่วยทั้งด้านความสวยและความทนต่อสภาพอากาศ

ไม้พื้น VERDI เติบโตไปพร้อมเวลา

บทบาทของ Oil ต่อการดูแลไม้พื้นภายนอก

• ช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงของผิวและโทนสี
• ลดโอกาสเกิดรอยแตกเล็ก ๆ บนผิว
• ช่วยให้ผิวไม้ “หายใจ” ได้อย่างสมดุล
• ลดการซึมน้ำบริเวณผิว

แนวทางการทา Oil อย่างถูกวิธี

1. คนและกรอง ให้เนื้อ Oil และเม็ดสีสม่ำเสมอ
2. ทาบาง ๆ ทีละแผ่น เพื่อลดการกองสีและทำให้สีเสมอกัน
3. พยายามปาดสีไปมา เพื่อให้สีลงในเนื้อไม้ให้มากที่สุด และเอาสีส่วนเกินออกภายในประมาณ 20 นาที เพื่อลดความเหนียวและช่วยให้แห้งทั่ว
4. ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง 6 ชม. หรือ 1 คืน ถ้าเฉดยังอ่อนเกินไป ทำซ้ำอีกครั้ง
5. ทำซ้ำทุก 6–8 เดือน หรืออย่างน้อยปีละครั้ง (ขึ้นกับสภาพแวดล้อมและพื้นที่ใช้งาน)
6. หลีกเลี่ยงวันที่ความชื้นสูงมากหรือเพิ่งฝนตก ควรรอให้ไม้แห้งในระดับที่เหมาะสมก่อน

อายุการใช้งานและการดูแลระยะยาว

เคล็ดลับเล็ก ๆ ที่ช่วยให้งานเนียนขึ้น: ทาให้ต่อเนื่องทั้งแผ่น (ไม่ทิ้งช่วง), ปัดแปรงให้สม่ำเสมอ และระวังไม่ให้ Oil กองหนาจนเกิดสีเข้มเป็นปื้น

เมื่อดูแลตามรอบอย่างสม่ำเสมอ ไม้พื้น VERDI สามารถใช้งานได้มากกว่า 20 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะเมื่อมีการติดตั้งและดูแลตามคู่มือการติดตั้ง หรือข้อแนะนำต่างๆ

3) ผิวเสี้ยนไผ่ธรรมชาติ: สวย ตามสัจจะวัสดุ และรองรับการใช้งานจริง

ไม้พื้น VERDI เติบโตไปพร้อมเวลา


ลวดลายและผิวสัมผัสจากเสี้ยนไผ่ธรรมชาติ

ผิวของ ไม้พื้น VERDI เกิดจากเส้นใยไผ่จริงที่ถูกอัดแน่นด้วยกระบวนการวิศวกรรม จึงยังคงลวดลายและสัมผัสแบบวัสดุธรรมชาติ ไม่หลอกตา และเหมาะกับงานดีไซน์ที่ต้องการความอบอุ่นร่วมสมัย

ไม้พื้น VERDI เติบโตไปพร้อมเวลา

ความแข็งแรงและความทนทานต่อการใช้งาน

ด้วยโครงสร้างที่อัดแน่น ช่วยลดการเปิดของเสี้ยนได้ดี และค่าความแข็ง (Hardness) ที่สูง ทำให้ลดรอยขีดข่วนจากการใช้งานประจำวันได้มากขึ้น เหมาะกับพื้นที่ที่มีการใช้งานถี่ เช่น ระเบียงพักผ่อน ทางเดินสาธารณะ โซนกิจกรรม หรือโครงการที่ต้องการพื้นผิวไม้ที่ทนการใช้งานจริง

4) ความเสถียรเชิงมิติ: ออกแบบมาเพื่อสภาพแวดล้อมจริง

หนึ่งในปัญหาหลักของพื้นไม้ภายนอกคือการยืดหด โก่ง หรือบิดตัวเมื่อเจอความชื้นและอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปตลอดปี ซึ่งอาจทำให้เกิดร่องเปิด ผิวไม่เสมอ หรือเกิดปัญหาในการใช้งานระยะยาว

ไม้พื้น VERDI เติบโตไปพร้อมเวลา

ไม้พื้น VERDI ถูกออกแบบมาเพื่อลดปัญหาเหล่านี้ โดยมีตัวเลขสำคัญที่ช่วยอธิบายคุณสมบัติได้ชัดเจน เช่น

• Dimension Stability ประมาณ ~0.02% ช่วยลดปัญหายืดหดตัว หรือโก่งบิดในงานกลางแจ้ง

• ค่า Moisture Content ต่ำกว่าไม้จริงประมาณ 31% และต่ำกว่าไฟเบอร์ซีเมนต์ประมาณ 30% จึงเหมาะกับงานพื้นภายนอกที่ใกล้กับน้ำ เช่น ริมสระน้ำ หรือบริเวณที่มีความชื้นอยู่เสมอ

• ผ่านการทดสอบด้านการหน่วงการลื่นระดับ R10 ขึ้นไป เหมาะกับโซนเปียกหรือมีละอองน้ำ เช่น พื้นรอบสระ หรือพื้นที่ที่ต้องระวังการลื่น

• มีคุณสมบัติด้านการทนไฟระดับ Bfl-s1 (EN 13501-1) และเทียบเท่า Class A (ASTM E84) สำหรับงานอาคารสาธารณะ



ไม้พื้น VERDI เติบโตไปพร้อมเวลา
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ไม้พื้น VERDI จึงเหมาะกับงานภายนอกหลากหลายพื้นที่ เช่น พื้นรอบสระ ริมสระ ทางเดินกลางแจ้ง ระเบียง เด็ค หรือพื้นที่ที่มีความชื้นสูง

หมายเหตุเรื่องเชื้อราและการดูแลพื้นผิว

วัสดุมีคุณสมบัติต้านเชื้อรา/แมลง/แบคทีเรียในเชิงโครงสร้าง เชื้อราจึงไม่ลงไปทำลายเนื้อไม้ได้ง่าย แต่หากปล่อยให้ผิวสกปรกและชื้นเป็นเวลานาน ก็อาจเกิดเชื้อราบนผิวได้ตามธรรมชาติ ซึ่งสามารถทำความสะอาด ขัด (ด้วยแปรงพลาสติก) และลง Oil ตามขั้นตอนที่แนะนำได้

สรุป: ไม้พื้นภายนอกที่ “ไปกับเวลา” ได้อย่างมั่นใจ

ถ้าคุณชอบลุคไม้ธรรมชาติ แต่ต้องการวัสดุที่มีความเสถียรสูง ดูแลง่าย และใช้งานภายนอกได้จริง ไม้พื้น VERDI เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์

ไม้พื้น VERDI เติบโตไปพร้อมเวลา

หากคุณกำลังมองหาไม้พื้นภายนอกที่มั่นใจได้ว่าจะยังคงสวยตามธรรมชาติ แม้ระยะเวลาจะผ่านไป คลิก เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

;