83
7 เมษายน 2569

ดอยปุยอาจเป็นภาพภูเขาสีเขียวที่คุ้นตาเมื่อมองจากตัวเมืองเชียงใหม่ แต่สำหรับผืนป่าต้นน้ำแห่งนี้ การเปิดพื้นที่ให้ผู้คนเข้ามาเดิน ศึกษาเส้นทางธรรมชาติ และสัมผัส กับบรรยากาศโดยรอบ ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ด้วยการสร้างทางเดินเพียงอย่างเดียว เส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยปุยจึงเริ่มต้นจากคำถามที่ยากกว่านั้น โจทย์คือเราจะออกแบบเส้นทางอย่างไร ให้คนเข้าใกล้ธรรมชาติได้ โดยไม่ทำให้ธรรมชาติต้องปรับตัวเข้าหาเรา
![]()
เส้นทางระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตรนี้ พานักท่องเที่ยวเดินผ่านป่าดิบเขา พุ่มไม้ พืชพรรณเฉพาะถิ่น และจุดชมวิวที่เปิดมุมมองสู่ภูมิทัศน์ของเชียงใหม่และแม่ริม แต่หัวใจของโครงการไม่ได้อยู่ที่ระยะทางหรือความสวยงาม หากอยู่ที่วิธีคิดเบื้องหลังการทำทางเดินที่ “อยู่ร่วมกับป่า” มากกว่าการเข้าไปครอบครองพื้นที่


เบื้องหลังเส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยปุย คือการทำงานร่วมกันของหลายฝ่ายที่มีบทบาทแตกต่างกันอย่างชัดเจน ตั้งแต่ผู้จุดประกายแนวคิด เจ้าของโครงการ นักออกแบบเส้นทางธรรมชาติ ทีมติดตั้งภาคสนาม ไปจนถึงเจ้าหน้าที่อุทยานที่ดูแลผืนป่าในระยะยาว ทุกการตัดสินใจไม่ได้เริ่มจาก “อยากสร้างอะไร” แต่เริ่มจาก “พื้นที่ต้องการอะไร”
แนวคิดตั้งต้นของโครงการมาจากฝั่งมูลนิธิไทยรักษ์ป่า ภายใต้การทำงานด้าน CSR ของ EGCO Group ที่มองว่าการดูแลป่าต้นน้ำ ไม่ควรหยุดอยู่แค่การอนุรักษ์ แต่ควรเปิดพื้นที่ให้คนได้เข้าใจคุณค่าของระบบนิเวศผ่านการใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม การเปิดพื้นที่ต้องมาพร้อมความระมัดระวัง และนั่นทำให้การวางแผนโครงการนี้ใช้เวลากว่า 1 ปี
เบื้องหลังการ การทำงานทั้งหมด เริ่มจากคำถามของ คุณอธิป เมฆสถิตย์ ว่าจะสร้างเส้นทางอย่างไร
![]()
โดยไม่เพิ่มภาระให้ธรรมชาติในอนาคต 👉 อ่านบทสัมภาษณ์คุณอธิป เมฆสถิตย์
หนึ่งในจุดสำคัญของเส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยปุย คือระเบียงชมวิวยอดดอยปุย พื้นที่พักระหว่างทางที่เปิดมุมมองไปยังแนวภูเขาสลับซับซ้อนของฝั่งอำเภอแม่ริม หมู่บ้านขุนช่างเคี่ยน และในวันที่อากาศเปิด จะสามารถมองเห็นดอยหลวงเชียงดาวได้จากระยะไกล

พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นแลนด์มาร์กที่โดดเด่น แต่เป็นจุดหยุดที่กลมกลืนกับภูมิประเทศ ทำหน้าที่รองรับการใช้งานจริง ทั้งการยืนรวมกลุ่ม นั่งพัก หรือถ่ายภาพ ความท้าทายจึงไม่ใช่เรื่องรูปลักษณ์ แต่คือการเลือกวัสดุและโครงสร้างที่ต้องเผชิญกับฝน ลม ความชื้น และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงตลอดทั้งปี

การทำงานจริงบนดอยปุยไม่ได้ราบรื่นเหมือนในแบบก่อสร้าง ฤดูฝน หมอกหนา ความชื้นสูง และทางลาดชัน คือสภาพแวดล้อมที่ทีมติดตั้งต้องเผชิญตลอดการทำงาน ทุกขั้นตอนต้องอาศัยความแม่นยำ เพราะการแก้ไขหน้างานหมายถึงเวลาและผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ
![]()
ด้วยมิติของไม้ และระบบติดตั้งที่ออกแบบมาให้เข้ากับงานไม้ดังกล่าว ช่วยลดเวลา และขั้นตอนการติดตั้ง โดยเฉพาะการไสไม้ที่ทำให้การแต่งหน้างาน และการติดตั้งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพรวดเร็ว ภายใต้ข้อจำกัดของผืนป่าธรรมชาติที่ห่างไกลระบบสาธารณูปโภคโดยเฉพาะไฟฟ้า
![]()
ถูกเล่าโดย “ช่างแดง บัลลังก์ ศิลป์ประกอบ” 👉 ฟังเรื่องราวจากทีมติดตั้งเส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยปุย

แม้วัสดุจากธรรมชาติจะให้ภาพลักษณ์ที่กลมกลืนกับผืนป่า แต่ในงานออกแบบเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ความสวยงามเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ วัสดุที่ผุพังเร็ว หมายถึงการซ่อมบำรุงซ้ำ ๆ และการกลับเข้าไปรบกวนพื้นที่ธรรมชาติครั้งแล้วครั้งเล่า
![]()
แนวคิดนี้ถูกวางเป็นแกนหลักของการออกแบบโดยอาจารย์จุลพร นันทพานิช ผู้รับผิดชอบงานออกแบบเส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยปุย ที่มองว่างานออกแบบในพื้นที่ธรรมชาติ ต้องคิดถึงรอยเท้าที่จะทิ้งไว้ในระยะยาว ไม่ใช่เพียงวันที่โครงการแล้วเสร็จ วัสดุที่เลือกใช้จึงต้องสมดุลระหว่างความกลมกลืน ความทนทาน และการดูแลรักษาในอนาคต

“ถ้าอยากรักษาธรรมชาติไว้ให้นาน
เราอาจต้องเลือกวัสดุที่ไม่ผุพังง่าย
เพื่อไม่ให้ต้องกลับมารบกวนพื้นที่ซ้ำอีก”
👉
อ่านบทสัมภาษณ์แนวคิดการออกแบบกับอาจารย์จุลพันธ์ นันทะพานิช
![]()
วันนี้ เส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยปุย เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเดิน เรียนรู้ และสัมผัสป่าต้นน้ำอย่างใกล้ชิด ทั้งสามเส้นทางย่อยที่ออกแบบมาให้เหมาะกับนักเดินทางหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่มือใหม่จนถึงสายลุย แต่สิ่งที่โครงการนี้ตั้งใจส่งต่อ ไม่ได้มีเพียงภาพวิวทิวทัศน์หรือระยะทางการเดิน

เส้นทางแห่งนี้คือบทเรียนของการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับธรรมชาติ เป็นตัวอย่างของการออกแบบที่เลือกทำให้น้อยลง เพื่อให้ป่าอยู่ได้นานขึ้น และเป็นพื้นที่ที่เรื่องราวจะค่อย ๆ ชัดขึ้น เมื่อเราใช้เวลาเดินและทำความเข้าใจมันอย่างแท้จริง
หากคุณกำลังมองหาวัสดุก่อสร้างที่ตอบโจทย์การใช้งานในระยะยาว คลิก เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม